ประเทศโครเอเชีย ยุโรปตะวันออก ตอนที่ 3 อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่า สรวงสวรรค์ธรรมชาติท่ามกลางขุนเขาที่มีอยู่จริง

32 Views

อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่า ประเทศโครเอเชีย สรวงสวรรค์ธรรมชาติท่ามกลางขุนเขาที่มีอยู่จริง โครเอเชีย ตอน 3

ไฮไลท์สำคัญในการเที่ยวโครเอเชีย คือเที่ยวอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่า หนึ่งในมรดกโลกที่พลาดไม่ได้

และแล้วก็ถึงวันที่รอคอยค่ะ วันนี้เราจะไปเที่ยว อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่า (Plitvička jezera) ประเทศโครเอเชีย อุทยานแห่งนี้เป็นอุทยานที่เก่าแก่ และกว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโครเอเชีย ค้นพบในปี ค.ศ. 1949 อยู่ทางเทือกเขาคลาสท์ (Karst) ตอนกลางของประเทศ ใกล้ชายแดนบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวีนา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี ค.ศ. 1979 ฉะนั้นเมื่อเราเดินชมความงามของธรรมชาติที่นี่ เราก็ไม่ควรแตะต้องต้นไม้ หรือแม้จะไปเก็บใบไม้ตกอยู่ที่พื้นก็ไม่ได้นะคะ จะเอามือจุ่มน้ำก็ไม่ควรค่ะ เราจะอนุรักษ์มันไว้ให้เป็นอย่างนี้ตลอดไปกันนะคะ ^^ อุทยานแห่งชาตินี้นะคะมีเนื้อที่ประมาณ 73,350 เอเคอร์ หรือประมาณ 296.85 ตารางกิโลเมตร และมีสัตว์มากมายอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ซึ่งเจ้าสัตว์ที่เป็นสัตว์ประจำท้องถิ่นนี้ ก็คือหมีสีน้ำตาล สุนัขจิ้งจอก กวาง และอีกหลากพันธุ์.. เพื่อนๆ ลองเดาดูสิคะว่าพื้นที่ใหญ่ปานนี้จะอุดมสมบูรณ์จนมีหมีสีน้ำตาลอาศัยอยู่กี่ตัว? เฉลยเลยค่า ^^ มีมากถึง 300 ตัว หรือ 1 ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร ชาขมอยากเจอซักตัว ดีมั้ยหนอ? ฮ่าๆๆๆ น่าจะไม่ดีนะคะ ให้เค้าอยู่อวบๆ ของเค้าไปจะดีกว่าค่ะ..

เกริ่นมาตั้งนาน.. เล่าต่อว่าเราก็ใช้เวลาในการเดินทางวันนี้ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ระหว่างทาง เราแวะอุดหนุนสินค้าของชาวบ้านค่ะ เค้าผลิตชีสเอง และกรัปป้า รวมทั้งน้ำผึ้งที่ผึ้งดื่มกินน้ำหวานจากเกสรของดอกไม้หลายชนิดค่ะ สินค้าอารมณ์ OTOP บ้านเราเลยค่ะ.. ราคาไม่แพง คณะเราก็กระจายรายได้ให้ชาวบ้านแถบนี้ไปหลายคูน่าอยู่ค่ะ ^^ ที่สำคัญ เค้าให้ชิมตามสบายเลยค่ะ เพราะสินค้าเค้าหลากหลายเหลือเกิน.. ชิมดีๆ นะคะ.. ชิมกรัปป้ามาก ระวังเมานาจา ^^

เราเดินทางไปถึง อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่า ประเทศโครเอเชีย ก็เป็นช่วงเวลามื้อกลางวันพอดีค่ะ เราก็ได้อิ่มอร่อยกับเมนูเด็ดของทีนี่ นั่นก็คือ ปลาเทร้า นำมาย่างร้อนๆ ในเตาย่าง ..ที่โครเอเชียนี่ อาหารเค้าจะสด มีคุณภาพมากค่ะ แม้ว่าเราจะเป็นคณะทัวร์ แต่ว่าจะแจ้งจองมาเท่าไหร่ เค้าจะเตรียมวัตถุดิบในการปรุงตามนั้นเลยค่ะ เผื่อไว้ก็นิดหน่อย เราจะสัมผัสได้ทุกมื้อเลยว่า อาหารเค้า “สด” จริงๆ ค่ะ เวลานำมาปรุงในสไตล์อะเดรียอาติก ซึ่งก็เหมือนกับสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน คือปรุงไม่เยอะ เพื่อให้ได้รสชาติของวัตถุดิบจริงจึงหวานอร่อยมากๆ ค่ะ ไม่ได้อวยนะคะ แต่ให้คะแนนอาหารที่นี่สูงมากค่ะ คนไทยทานได้ แค่เราเตรียมน้ำจิ้มซีฟู้ดสไตล์ไทยเรามาเคียงอีกนิด ก็เลิศศศศศ ค่ะ ^^

อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ประเทศโครเอเชีย นี้ เที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดูนะคะ ซึ่งจะมีความงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู แต่ในฤดูหนาวนั้น ก็หนาวจับใจถึง ติดลบ 25 องศาเซลเซียสกันเลยล่ะค่ะ แต่ที่เรามาวันนี้สบายมากค่ะ ประมาณ 15 องศา และวันนี้เราเดินเข้าทางหนึ่ง และไปออกอีกทาง ใช้เวลาในอุทยานแห่งนี้รวมๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยจะมีการนั่งเรือข้ามทะเลสาบเข้าไปภายใน บริเวณจะค่อนข้างเย็น และมีลมค่ะ ต้องพกเสื้อแจ็กเก็ตกันลม และหนาวได้ลงไปด้วยค่ะ เมื่อเรารับตั๋วจากหัวหน้าทัวร์มาแล้ว ก็ต้องถือไว้ดีๆ นะคะ เราจะใช้ตอนเข้า และต้องโชว์เจ้าหน้าที่ในการลงเรือเข้าไปภายใน ค่าเข้าก็แล้วแต่ฤดูกาลค่ะ ตั้งแต่ 55-180 Kuna x 5.5 บาทค่ะ และตลอดทางที่เราเดินทางมา เราก็ต้องตะลึงกับความงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนตุลาคมค่ะ ช่างสวยงามสมคำร่ำลือ บ้างก็ว่า สวยคอแห้ง ก็อ้างปากค้างร้องว้าวววกันเป็นระยะค่ะ คอเลยแห้ง หรืออีกคำชม คือ สวยตาหลุด 555 คือใบไม้เปลี่ยนสี สีสวยจัดจ้าน กลางวันสะท้อนกับแสงแดด เราหนอก็อยากดูสีจริงๆ ความงามจริงๆ ก็ไม่ค่อยได้ใส่แว่นตากันแดด.. ดูนานๆ ก็คงตาหลุดได้เป็นแน่ค่ะ แหมมมม คนเราก็ช่างชมนะคะ ^^

ก่อนเราจะเข้าไปเราก็ได้ฟังบรีฟสั้นๆ จากไกด์ท้องถิ่น เป็นสาวงาม นางเล่าว่าสีของน้ำในทะเลสาบในอุทยานนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มีสีเทาไปจนถึงฟ้า นั่นเพราะแพลงตอน หรือสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำ ทำปฏิกิริยาแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล และอุณหภูมิค่ะ ส่วนปลาในน้ำก็หลายพันธุ์ ที่เราเห็นเยอะวันนี้ก็เป็นปลาชับ รวมถึงเห็นน้องเป็ดด้วยจ้า ส่วนสายน้ำที่ไหลผ่านอุทยานนี้ตั้งแต่ทะเลสาบที่ 1 ถึงจุดทางเข้า 1 นี้ (ST2) ก็ยาว 9 กิโลเมตร แล้วไหลต่อลงไปสู่แม่น้ำต่างๆ และลงสู่ทะเลดำในที่สุด ส่วนทางเดินในอุทยานแห่งนี้ทั้งหมดยาวประมาณ 20 กิโลเมตร ถ้าอยากเดินให้ครบ ก็จะใช้เวลาเกินเที่ยวในนี้ถึง 2 วันด้วยกันค่ะ ฉะนั้น เราจะเดินกันวันนี้ แค่ 4 กิโลเมตรจ้า จากจุดเราตอนนี้ ST2 เราจะเดินเข้าไปแล้วนั่งเรือข้ามไปยัง P2 ใช้เวลาแค่ 3 นาที และต่อเรืออีกลำจาก P2 ไป P3 ซึ่งจะใช้เวลานั่งเรือ 20 นาที และจะเป็นการนั่งเรือข้ามทะเลสาบ KOZJAK ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่สุด ในทั้งหมด 16 ทะเลสาบในพื้นที่อุทยานแห่งนี้ค่ะ จากนั้นพักเพื่อดื่มกาแฟ และเข้าห้องน้ำห้องท่า แล้วเดินสวยๆ ชมธรรมชาติไปยังส่วนล่าง ลัดเลาะไปตามทางเดิน ผ่านน้ำตกน้อยๆ น่ารักมากมาย และมีน้ำตกใหญ่สุดอลังการที่เราเรียกว่า น้ำตกใหญ่ (Big Water Fall) และเดินขึ้นเนิน 6 ระดับเพื่อขึ้นไปยังทางออกที่ 1.. นั่นคือใจความสั้นจากไกด์สาวคนสวย

ตลาดทัวร์  แมกกาซีน... รอบรู้เรื่องเที่ยว เชี่ยวชาญเรื่องทัวร์ …สนุกกับการเดินทางไปกับเรานะคะ
LIKE & Follow: FB Fan Page: ตลาดทัวร์ แมกกาซีน
Subscribe: http://www.YouTube.com/TaladTourMagazine

สกู๊ปอื่นๆ ที่น่าสนใจ